ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 
การค้นหาขั้นสูง

1307 กระทู้ ใน 131 หัวข้อ- โดย 169 สมาชิก - สมาชิกล่าสุด: thaisabuy
หน้า: [1] 2
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เพชรในห้างแพงกว่า จริงหรือเปล่า  (อ่าน 3295 ครั้ง)
Doctor Diamond
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2009, 06:01:30 PM »

จริงหรือเปล่า เป็นการรวบรวมเอาหัวข้อความเชื่อต่างๆในอดีตของนักซื้อเพชรรุ่นเก๋า ที่มักมีความเชี่ือต่างต่างนานา มากมาย และได้ถ่ายทอดความเชื่อนั้นสู่คนรุ่นหลัง โดยที่ไม่รู้ว่าความเชื่อที่บอกต่อกันมานั้น จริงหรือเปล่า

จากประสบการณ์การได้พบปะพูดคุยกับลูกค้าด้วยตัวเองมานานกว่า 10 ปี คุณหมอเลยได้โอกาสนำความเชื่อเหล่านี้มารวบรวมไว้ให้อ่านกัน และก็จะได้ทราบกันว่า ความเชื่อเหล่านั้น จริงอย่างที่เขาว่ามาหรือเปล่าค่ะ

------------------------------------------------------------------------------------------------
จริงหรือเปล่า ตอนที่ 3 – ร้านเพชรในห้าง มีราคาแพงกว่าร้านเพชรทั่วไป

สำหรับเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่คุณหมอได้ยินบ่อยมากๆเลยค่ะ

จากประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสลูกค้ามาด้วยตัวเองมานานกว่าสิบปี สมัยที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ร้านของเรา ตั้งอยู่ใน Shopping Center ของโรงแรมห้าดาวชื่อดัง เมื่อบอกใครๆว่าร้านอยู่ที่ไหน ทุกคนก็พากันเบือนหน้าหนีแล้วบอกว่า “ขายในโรงแรม ก็ต้องขายแพงน่ะสิ”

จนเมื่อย้ายมาอยู่ที่ศูนย์การค้า ก็ยังเจอคำพูดประโยคเดิมจากคนกลุ่มใหม่ตามมาหลอกหลอน จนอดสงสัยไม่ได้ว่า เอ.. ย้ายไปที่ไหนเค้าก็ว่าแพง เห็นทีจะต้องขายที่บ้านซะละมั้งเนี่ยะ...

อิอิ...

ว่ากันตามจริง ทำเล สถานที่ตั้งของร้านก็มีส่วนที่จะทำให้สินค้าราคาถูกหรือแพงนะคะ ดูจากร้านอาหารในห้างดังๆสิคะ ก๋วยเตี๋ยวชามนึงร้อยกว่าบาทกันเกือบทุกร้าน มันก็น่าจะทำให้ใครคิดไปได้หรอกนะคะ ว่าเพชรก็คงต้องแพงไปด้วย

หากเป็นเรื่องของค่าเช่า คุณหมอขอยืนยันว่าค่าเช่าที่ที่แพงที่สุด คือ ระบบการเช่าแบบเป็นตู้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตู้แบ่งเช่าจากร้านทอง แล้วซอยเป็นตู้เล็กๆ หรือจะเป็นเคาน์เตอร์เพชรแบรนด์ดังที่อยู่ตามห้าง ที่พ่วงมาด้วยเงินเดือนหลักหมื่นและค่าคอมมิชชั่นพิเศษของพนักงานขาย เคาน์เตอร์แบรนด์ถือว่าเป็นชนิดที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดค่ะ

สำหรับร้านเพชรแบบเป็นร้าน จะมีอยู่สามแบบนะคะ คือ
1.   ระบบการเช่ารายเดือน กรณีนี้ ค่าเช่าเดือนละเท่าไหร่ก็จ่ายกันไปเป็นเดือน ต่อสัญญากันสามปี ห้าปีครั้ง มีการขึ้นราคาบ้างเมื่อต่อสัญญา
                เมื่อคิดออกมาเป็นพื้นที่ นับว่าถูกกว่าแบบตู้อยู่มากกว่าครึ่งทีเดียวค่ะ
2.   ระบบการเซ้ง ฟังดูเป็นเงินก้อนโต แต่เมื่อหารออกมาเป็นรายเดือน ถือว่าราคาไม่แพงเลยค่ะ
3.   ระบบการซื้อขาด สำหรับระบบนี้ ดูตัวอย่างได้บริเวณบ้านหม้อนะคะ ซื้อตึกทั้งห้อง ข้างล่างทำร้านเพชร ตกเย็นก็กลับขึ้นบ้านข้างบน ใช้ได้สองประโยชน์
               ไม่เสียเวลากับค่าเดินทางอีกต่างหาก ค่าใช้จ่ายรายเดือน  นับได้ว่าถูกที่สุดค่ะ

คุณหมออยากจะบอกจากใจจริงว่า แม้ว่าทำเลที่ตั้งหรือราคาค่าเช่าที่จะมีส่วนทำให้ค่าใช้จ่ายของแต่ละร้านสูงต่ำไม่เท่ากัน แต่ก็ไม่จำเป็นว่า ราคาของสินค้าจะต้องถูกแพงตามค่าพื้นที่นะคะ

หากจะซื้อเครื่องประดับเพชรซักชิ้น สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญมากที่สุด ก็คือ คุณภาพและราคาของเครื่องประดับ, เงื่อนไขการรับประกันและบริการของร้านค้า  อย่าให้เรื่องอื่นๆเข้ามาทำให้คุณสับสนนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 27, 2009, 12:21:13 PM โดย Doctor Diamond » บันทึกการเข้า
amy
Newbie
*
กระทู้: 17



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2009, 08:40:20 PM »

นอกเหนือจากร้านเพชรตามที่คุณหมอกล่าวถึงแล้ว ยังมีลักษณะที่ว่า เป็นโรงงานด้วยค่ะ คือเขาจะมีช่างเป็นของเขาเอง (เท่าที่รู้มาคือเป็นลักษณะอาคารพาณิชย์)แล้วเขาจะรับออเดอร์งานตามร้านเพชรทั่วไป และรับสั่งทำปลีกสำหรับลูกค้าเป็นรายๆ ซึ่งจุดขายของเขาคือ เขาจะบอกว่าสินค้าของเขาเป็นราคาโรงงาน ไม่มีค่าใช่จ่ายสูงเท่าตู้เพชรตามห้าง มีเพชรให้ลูกค้าเลือกด้วยค่ะ ซึ่งเท่าที่รู้มาก็คือราคาเขาถูกกว่าจริงค่ะ ส่วนคุณภาพเพชรนั้น ตาดีได้ตาร้ายเสียค่ะ  Tongue คนที่จะไปซื้อต้องมีความรู้เรื่องเพชรพอสมควร ส่องเพชรเป็น ดูสีออก ซึ่งเรื่องระดับสีเพชรนี้ ตามความรู้สึกส่วนตัว ถึงจะเซียนมาเอง ก็อาจมีพลาดได้ เพราะแต่ละระดับสีเพชรราคาก็ต่างกันพอสมควรเลยทีเดียว Undecided
บันทึกการเข้า
supparerk
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2009, 01:00:56 AM »

ใช่ครับสีเพชร ต่อให้มี Master Stone ก็ยังพลาดได้ เพราะเม็ดที่แสงตกกระทบห่างกันแค่ครึ่งเซ็นติเมตรก็จะไม่เท่ากัน แล้วเพชรที่วางเทียบวางในรูปแบบเดียวกันหรือเปล่า จะเอาตรงเลยไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ อาจจะห่างกันอย่างเก่งแค่หนึ่งน้ำถือว่าฝีมือสุดยอดแล้วครับ
บันทึกการเข้า
Doctor Diamond
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2009, 11:07:09 AM »

เรื่องราคานี่เป็นเรื่องยากจริงๆนะคะ

การที่คุณหมออยากให้ทุกคนศึกษาเรื่อง 4Cs ให้แน่นๆ เข้าไว้ ก็เพราะ 4Cs เป็นตัวกำหนดราคาของเพชรแต่ละเม็ดค่ะ

ส่วนเรื่องการซื้อนี่ ยังยืนยันคำพูดเดิมนะคะ ว่าใครชอบใครรักแบบไหน ก็ซื้อได้ตามงบประมาณและความชอบของตัวเอง ดังนั้น ตัวคุณหมอเอง ไม่ได้รังเกียจเพชรน้ำเหลืองๆ หรือเพชรมีตำหนิ เพียงแต่ขอให้ราคาและคุณภาพไม่ผิดกัน ถ้าใจชอบแล้ว ถือว่าใช้ได้ค่ะ

ถ้าเอาเพชรน้ำ 93 มาบอกเป็น 97 กัน แบบนี้รับไม่ได้ค่ะ แถมมีเยอะซะด้วยสิคะ .. เฮ่อ..

บันทึกการเข้า
supparerk
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2009, 11:09:31 PM »

ที่เป็นอย่างนั้น เพราะคิดว่าคนจะซื้อไม่มีความรู้บอกน้ำสูงแต่ราคาถูกหน่อยจะต้องขายได้
 มีอีกทางที่ผมใช้ประจำ คือหาแหวนที่มีน้ำ F สักเม็ดหนึ่งเม็ดเดียวโดดๆ ใช้เป็นตัววัดเกรด อย่างน้อยเรายังพอเดาได้
บันทึกการเข้า
Doctor Diamond
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2009, 02:14:06 PM »

วิธีนี้ใช้ได้ค่ะ แนะนำเลย

ถ้าได้ซักน้ำ 97 ก็น่าจะดีนะคะ เพราะสีกลางๆ ไม่เหลืองให้ปวดใจ ไม่ขาวเกินไปให้ตังหมดกระเป๋า

พกไปไหนด้วย อุ่นใจค่ะ จะได้มีตัวเทียบ

อิอิ..
บันทึกการเข้า
supparerk
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2009, 11:08:36 AM »

ตอนนี้กำลังดูทำเลตามข้อ 1 ในกระทู้นี้คือเช่าเป็นรายเดือนสัญญาเช่าห้าปี หลังจากนั้นค่อยคิดกันใหม่ว่าจะหาที่ใหม่หรือเปล่าหรือว่าจะต่อสัญญา แต่ที่สอบถามมาร้านที่อยู่ในทำเลที่ดีๆ ต่อสัญญาทุกสองปีครับ ค่าเช่าค่อนข้างแพงด้วย
บันทึกการเข้า
Doctor Diamond
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2009, 12:12:58 PM »

ร้านที่ทำเลดี ราคาค่าเช่าแพงก็จริง แต่ผลตอบแทนสูงกว่าหลายเท่านะคะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ ค่ะ

ถ้าเราได้พื้นที่เช่า ราคาเดือนนึงซัก 35,000 บาท ตีง่ายๆคือ 1,000 เหรียญ อาจจะไม่แพง แต่ถ้าไม่มีคนเดิน สินค้าขายไม่ออก ก็นั่งปาดเหงื่อกับค่าใช้จ่ายกับทุนที่จมไปอยู่กับสินค้านะคะ

มีอีกที่นึง คนเยอะมาก ค่าเช่าแพงกว่าสามเท่า ตีซะ 3,000 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ หนึ่งแสนบาทต่อเดือน ฟังดูแพง แต่รับประกันได้ ว่ายอดขายจะมากกว่าที่แรก อย่างแน่นอนค่ะ

เจอมาเองแล้วค่ะ ตอนนี้ ห้องที่เซ้งมา ปล่อยให้เค้าเช่าอยู่เดือนละสามหมื่น แล้วหนีมาอยู่ที่อื่นดีกว่า อย่ากลัวเรื่องราคาเลยค่ะพี่แขก ของมันต่อรองกันได้ เศรษฐกิจแบบนี้ด้วย แต่คัมภีร์บทที่ 1 สอนไว้ ว่าห้ามงกกับเรื่องทำเลค่ะ ไม่งั้นจะเสียใจ

อิอิ..
บันทึกการเข้า
supparerk
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2009, 12:37:27 PM »

โอเคครับโอเค....ผมจะได้ดูทำเลที่ดีๆไว้ครับ ค่าเช่าเดือนละไม่ต่ำกว่า $3,500-4,500 ครับ ถ้าเป็นอย่างนี้คงไม่ได้กลับเมืองไทยแน่ และต้องเปิดร้าน 7 วัน ด้วย คราวนี้คงจะพูดเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนแน่ครับ
บันทึกการเข้า
Doctor Diamond
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2009, 04:24:19 PM »

เรื่องค่าเช่านี่ ไม่ได้ตายตัวนะคะ อาจจะมากน้อย ขึ้นอยู่กับสถานที่ค่ะ

แนะนำให้พี่แขกลองดูก่อนนะคะ ว่าลูกค้าของเราจะเป็นคนกลุ่มไหน หลังจากนั้น Survey สถานที่ดูว่า คนที่เดินในแต่ละที่ กลุ่มอายุประมาณเท่าไหร่ ลักษณะแบบไหน เป็นกลุ่มลูกค้าของเราหรือเปล่า ที่สำคัญ บางที่คนเยอะ แต่ Spending ไม่เยอะ อันนี้ต้องดูดีๆ ก่อนจะตัดสินใจ

ถ้าต้องเปิดร้าน 7 วัน ขอให้ไปเที่ยวให้เต็มที่ล่วงหน้าเลยนะคะ เพราะที่ร้านก็เปิดแบบนี้ ขนาดสลับกันแล้ว กว่าจะได้หยุดแต่ละที ก็ต้องรอม็อบเสื้อเหลือง เสื้อแดง บุกมาแถวนี้ ถึงจะได้ปิดร้านกะเค้าบ้างน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
supparerk
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2009, 01:41:18 AM »

ขอขอบคุณมากครับ ต้องทำใจตีขาดทุนไปก่อน 1 ปี 6 เดือน ไม่มีเงินเข้า
บันทึกการเข้า
Doctor Diamond
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2009, 10:57:28 PM »

แถมอีกเรื่องนะคะ.. ให้ Think Positive เข้าไว้ค่ะ

เรื่องนี้ ไม่ได้ล้อเล่นนะคะ เมื่อเดือนที่แล้ว หยิบหนังสือ Secret มาเปิดผ่านๆ อ่านไปสองหน้า เรื่องกฏของแรงดึงดูด เค้าบอกว่า เราคิดอะไรก็จะได้อย่างนั้น ก็นั่งขำๆ คิดในใจว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง อ่ะ.. ลองดูละกัน แล้วก็บอกกับตัวเองว่า เราจะขายดี ลูกค้ามากมาย เงินทองไหลมาเทมา เสร็จแล้วก็หัวเราะในใจ 555.. มันจะมาจากทางไหนกั๊น ?? ช่วงนี้เงียบจะตาย คิดแล้วก็ลืมมันไป

วันรุ่งขึ้น แม่โทรมาบอกว่า เม็ดกะรัตนึงที่ขายไม่ออกตั้งนานน่ะ มีคนมาซื้อไปแล้วนะ

อันนี้ถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อย .. พูดกับตัวเองว่า มันจะเป็นไปได้ยังไง Huh? ก็เลยลองแบบจริงจัง เอาใหม่ คิดแบบใส่พลังเข้าไป คิดซ้ำซาก คิดวนเวียนอยู่อย่างนั้นหลายวัน

อาทิตย์ต่อมา ลูกค้ามาชนกันสองสามเจ้าทั้งเช้าทั้งบ่าย จนคนขายไม่ได้กินข้าว ..

ทุกวันนี้ ยังก้มหน้าก้มตาคิดต่อไป เพราะยังไม่เชื่อสนิทใจ แต่จากที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นแล้วว่า การคิดแบบใส่พลังอย่างแรงๆเข้าไป มันเป็นจริงได้

Think Positive นะคะ บอกกับตัวเองว่าเราต้องอยู่รอด ต้องขายได้ แล้วก็สู้สู้ค่ะ

ลองดูนะคะ
บันทึกการเข้า
supparerk
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2009, 01:12:14 AM »

อันนี้ผมเห็นด้วยครับ เพราะได้เจอกับตัวเองมาหลายหนแล้วจึงไม่ค่อยได้กังวลในเรื่องอื่นเท่าไร แต่ผมไม่กล้าบอกใครคิดในใจอาจจะเป็นเราคนเดียวบอกคนอื่นแล้วเขาจะไม่เชื่อ พอคุณหมอพูดมาอย่างน้อยก็มีคุณหมอคนหนึ่งแล้ว
บันทึกการเข้า
Doctor Diamond
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 491



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2009, 08:46:08 AM »

ดีใจเหมือนกันค่ะ อย่างน้อยก็มีพวกแล้ว...

อิอิ..
บันทึกการเข้า
supparerk
Sr. Member
****
กระทู้: 292



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2009, 02:37:53 AM »

อีกคำถามหนึ่งครับ   จำพวกพลอยเนื้ออ่อนเม็ดใหญ่ๆเขาจะทำใบเซอร์ให้หรือเปล่าครับ ส่วนมากจะเข้าตัวเรือนไว้แล้วเขาจะยิงหมายเลขได้อย่างไรครับ?
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
พิมพ์
กระโดดไป: